เกี่ยวกับ โมค่า

MOCA Bangkok

ตั้งแต่สมัยโบราณ ความรัก ความศรัทธาและความจงรักภักดีในสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ ได้สะท้อนผ่านผลงานศิลปกรรมไทยหลากหลายรูปแบบ ศิลปะตามแบบแผนดั้งเดิมจึงเป็นศิลปะแนวประเพณีที่แสดงความงามตามอุดมคติเพื่อให้คู่ควรกับสถาบันหลักที่คนไทยเทิดทูนอย่างสูงสุด หากแต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไป งานศิลปกรรมก็มีการปรับเปลี่ยนตามไปด้วย และบุคคลหนึ่งซึ่งมีบทบาทอย่างยิ่งในการเปลี่ยนแปลงรูปโฉมศิลปกรรมในประเทศไทย คือ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ประติมากรชาวอิตาเลียนผู้วางหลักสูตรจิตรกรรมและประติมากรรมที่โรงเรียนประณีตศิลปกรรม ซึ่งได้ยกระดับการศึกษาเป็นมหาวิทยาลัยศิลปากรในเวลาต่อมาศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี  ผู้ยึดมั่นในปรัชญาที่ว่า ชีวิตสั้น ศิลปะยืนยาว”  พากเพียรถ่ายทอดแนวคิดนี้ไปยังคณะศิษย์  เพื่อให้ตั้งใจหมั่นศึกษาเรียนรู้และเพิ่มพูนทักษะทางศิลปะในการสร้างสรรค์งานศิลปะของไทยให้ทัดเทียมนานาอารยะประเทศ และเป็นงานมรดกไทยที่จะประจักษ์ต่อสายตาชาวโลก  อาจารย์ศิลป์ พีระศรี ได้รับการยกย่องให้เป็น “บิดาแห่งศิลปะไทยร่วมสมัย”

เพื่อเฉลิมพระเกียรติและแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช   โดยนายบุญชัย เบญจรงคกุล ตอบแทนแผ่นดินเกิด ด้วยการให้แก่สังคม ในอันที่จะเผยแพร่งานศิลปะไทย  เป็นปัจจัยที่จะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจสังคมองค์รวม ด้วยศรัทธาที่ก่อให้เกิดภูมิรู้ และพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ เป็นแรงผลักดันให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะพัฒนาชาติและความมั่นคงให้แก่ประเทศไทย เกิดงานที่สร้างมูลค่าจากงานศิลปะสู่ผลิตภัณฑ์มวลรวม ตลอดจนสร้างสรรค์ต้นทุนชีวิตที่มีคุณค่ายิ่งๆ ขึ้น  บุญชัย  จึงนำงานศิลปะที่เพียรสะสมมากว่า 30 ปี เผยแพร่สู่สาธารณชน  ก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย MOCA BANGKOK  ขึ้นเพื่อให้คนไทยทุกคนเข้าถึงงานศิลปะของศิลปินระดับบรมครู  และให้ชาวต่างชาติได้มีโอกาสชื่นชมศิลปวัฒนธรรมไทยที่สืบทอดมายาวนานกว่าพันปี  และเพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติแก่“บิดาแห่งศิลปะไทยร่วมสมัย” หรือ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรีครูผู้สร้างศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ของไทย

 

พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย MOCA BANGKOK นับเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่รังสรรค์ขึ้นอย่างมีมาตรฐานสากล ตัวอาคารพิพิธภัณฑ์สีขาวตระหง่านบนถนนวิภาวดีรังสิต ท่ามกลางสีเขียวศจีของภูมิสถาปัตย์ที่จัดวางไว้อย่างลงตัว มีพลังเชื้อเชิญให้ผู้มาเยือนได้ตื่นตากับการความงามของอาคารที่ สะท้อนความร่วมสมัยในเส้นสายรูปทรง สร้างปิติสุขจากภายนอกสู่ภายใน รูปลักษณ์ของพิพิธภัณฑ์ MOCA BANGKOK ที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพันโดยคำนึงถึงจิตวิญญาณแห่งความเป็นไทยในทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นลวดลายก้านมะลิที่แกะสลักไว้อย่างวิจิตรบรรจงบนผนังปูนเปลือย หรือประติมากรรมพุ่มบัวตูม ที่สื่อถึงความเป็นชาวพุทธของคนไทย องค์ประกอบงานสถาปัตยกรรมภายนอกอาคารที่ดึงดูดให้ผู้มาเยือนรู้สึกปิติยินดีที่ได้สัมผัสความเป็นไทย   เสน่ห์แห่งเอกลักษณ์ไทย ซึ่งผู้คนต่างเชื้อชาติ ต่างภาษาและต่างวัฒนธรรม ยากที่จะเข้าใจและเข้าถึงเนื้อแท้แห่งความเป็นไทยด้วยอักษรหรือภาษาสนทนา ศิลปะวัฒนธรรมไทยที่สืบทอดมาอย่างยาวนานนับพันปีถ่ายทอดอยู่ในสายเลือดของคนไทยสื่อสารผ่านสถาปัตยกรรม วิถีดำรงตน เครื่องแต่งกายและภาษาพูดที่มีความหลากหลายทางชนชั้นและเผ่าพงศ์ ศัพท์ภาษาเฉพาะที่ใช้กับผู้คนต่างศักดิ์ต่างฐานะ

MOCA BANGKOK จึงแตกต่างจากพิพิธภัณฑ์ร่วมสมัยแห่งอื่นๆ ทั่วโลก ที่สามารถทำหน้าที่เป็นสื่อกลางที่จะถ่ายทอดเอกลักษณ์ไทยผ่านงานศิลปกรรมร่วมสมัยหลายร้อยชิ้น ที่มีเพียบพร้อมให้เข้าถึงความเป็นไทยในทุกมิติภาพที่จัดแสดง ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย จะสร้างความตื่นตา และสร้างประสบการณ์อันมีคุณค่าที่จะได้ชื่นชมผลงานจากศิลปินไทย ที่เป็นตัวแทนของศิลปินรุ่นใหม่ในพุทธศตวรรษที่ 26 เป็นห้วงเวลาแห่งเสริมสร้างประสบการณ์ชีวิต ที่เปี่ยมคุณค่าจากการดื่มด่ำพลังอำนาจของศิลปะที่จะกระตุ้นต่อมความคิดและจินตนาการให้เกิดสุนทรียารมณ์